thai news online
ไปกันใหญ่แล้ว!! พระมหาไพรวัลย์ ออกมาพูดถึงกุญแจซอลแล้ว ลั่นแรงอย่ายัดเยียดว่าลูกต้องผิดเสมอ อะไรยังไง (รายละเอียด)
November 10, 2017

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่ทางสังคมเฝ้าจับตามองมากทีเดียวสำหรับดาราสาวอย่างกุญแจซอลที่มีข่าวหายออกไปจากบ้านนานร่วม 8 เดือนโดยที่ไม่ได้ติดต่อกับทางครอบครัวจนมีข่าวออกมาว่าเธอกำลังตั้งครรภ์และได้คลอดลูกชายแล้วในเวลานี้
เมื่อวาน (9 พ.ย. 60) เฟซบุ๊ก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ได้เผยข้อความ ที่ให้แง่คิดเกี่ยวกับประเด็นดราม่า กุญแจซอล โดยเผยข้อความว่า "เล่าให้ฟังก็ได้ ที่นักข่าวขอสัมภาษณ์อาตมาเรื่องโยมกุญแจซอลอะไรนั่น นักข่าวเขาถามอาตมาแต่ในมุมศาสนาว่า การประกาศตัดพ่อแม่ลูก เป็นบาปไหม ในมุมมองทางศาสนา เป็นเรื่องเนรคุณไหม อาตมาก็ตอบไปว่า คุณไม่ควรไปตั้งคำถามหรือตัดสินเขาแบบนั้น มันไม่ยุติธรรมกับเขา ถ้าจะถามว่า เป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมยังไง ยังพอจะอธิบายกันได้"

โพสต์ดังกล่าว
"เวลาคนเรามีปัญหาเนี๊ยะ อย่างพ่อแม่กับลูก สังคมมักจะชอบมองว่า ลูกต้องเป็นฝ่ายผิดเสมอ ซึ่งมันไม่ใช่ เวลามีปัญหาอะไร โดยเฉพาะก็ปัญหาครอบครัว มันไม่ควรเป็นเรื่องว่า ต้องโยนความผิดให้กับใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือลูกต้องรับบาปเสมอไป ไม่ใช่ คือ เวลามีปัญหา ทุกคนต้องช่วยกันรับผิดชอบ มันถึงจะหาทางออกร่วมกันได้"

"เหมือนบางทีเรามีปากเสียงกัน ไม่เข้าใจกัน มันก็ทำให้เราขาดสติได้ นี่เป็นกันหมด ไม่ใช่ว่า เรื่องแบบนี้มีแต่เฉพาะเด็กหรือลูก ผู้ใหญ่ก็เป็น พ่อแม่ก็เป็น และส่วนมากพ่อแม่มักจะคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก"
"ดังนั้น ถ้ามีปัญหาอะไรในครอบครัว ต้องใจเย็นให้มากมาก ถ้ารู้ว่ากำลังใจร้อน ต้องหยุด อย่ารีบตัดสินใจ อย่ารีบพูด เพราะมันจะทำให้เกิดความบาดหมาง เกิดความกระทบกระทั่ง หรออาจแตกหักกันไปเลย
คนเราเวลามันโกรธแล้ว ใจร้อนแล้ว มันลืมหมด ลืมว่า คนนี้เป็นลูกนะ คนนี้เป็นพ่อเป็นแม่ เป็นเพื่อน เป็นคนรักนะ แล้วการตัดสินการพูดอะไรเวลาโกรธ มันมีแต่สร้างปัญหา สร้างความแตกแยกมาให้ มันไม่มีหรอกผลลัพธ์ที่ดีของความโกรธความใจร้อน"
"เรื่องการทำผิด พูดผิด หรือพูดไม่ดี คนเรามันมีกันทั้งนั้นแหล่ะ ยิ่งลูกกับพ่อแม่ นี่ธรรมดา ย่อมจะกระทบกระทั่งกันได้ เพราะสถาบันครอบครัว มันเล็กมาก แต่มันเป็นสถาบันที่มีความผูกพันธ์กับความรู้สึกคนมากที่สุด คนเราเมื่อรู้ว่า สิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว หรือพูดออกไปแล้ว มันไม่ดี ก็แก้ได้นี่ ขอโทษ มันเป็นเรื่องยากหรอ การหันหน้ามาคุยกันดีดี มันเป็นเรื่องยากหรอ ไม่นะ แล้วทำอะไรต้องคิดให้กว้างกว้าง คนเรากว่าจะเกิดมาเป็นพ่อแม่ลูกกันได้ กว่าจะมีความรู้สึกรักและผูกพันธ์กัน มันไม่ง่ายนะ ต้องอาศัยเวลาหลายสิบปี แล้วทำไม ยอมให้ความโกรธ ยอมให้ปัญหา ยอมให้ความไม่เข้าใจกันแค่เรื่องเดียว มาทำลายสิ่งเหล่านี้ลงไปหมดล่ะ มันคุ้มค่าหรอ ลองคิดดู คิดเรื่องพวกนี้ให้ได้ก่อน ไม่ต้องไปมองเรื่องบาปกรรม เรื่องเนรคุณอะไร อืมม อาตมาก็ให้สัมภาษณ์ไปประมาณนี้แหล่ะ"
Cr:https://www.siamvariety.com
Cr:https://khaodramanew.blogspot.com/2017/11/blog-post_10.html
0 comments