ด่วน! ผบ ตร.เผยชัดแล้ว ปีใหม่นี้นั่งท้ายกระบะ แคป ได้หรือไม่ ชัดเจนแล้วนะ

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รองผบช.น. รองโฆษกตร. กล่าวถึงมาตรการห้ามนั่งท้ายรถกระบะในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า กรณีที่ พล.ต.อ...





เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รองผบช.น. รองโฆษกตร. กล่าวถึงมาตรการห้ามนั่งท้ายรถกระบะในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า กรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกวดขันวินัยทางจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเผยว่าจะมีนโยบายการห้ามนั่งท้ายรถกระบะในช่วงเทศกาลปี


ใหม่ มาเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญด้วย ทำให้มีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย โดยพบว่าส่วนหนึ่งแสดงความไม่พึงพอใจต่อมาตรการดังกล่าว เพราะเห็นว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนจำนวนมากจะมีการเดินทางกลับภูมิลำเนา รวมทั้งเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และรถกระบะเป็นยานพาหนะสำคัญที่ใช้ในการเดินทาง โดยตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่การจราจรติดขัด ส่งผลให้การสัญจรบนท้องถนนมีความแออัด ไม่สามารถทำความเร็วได้มาก การนั่งท้ายรถกระบะจึงไม่เป็นอันตราย นอกจากนี้ยังมองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการซ้ำเติมผู้มีรายได้น้อย โดยมีเป้าหมายเพื่อบังคับให้มีการเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการประชุมหาข้อสรุปโดยเร็วที่สุด

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวอีกว่า จากกรณีนี้เห็นสมควรว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจพิจารณาเร่งชี้แจงสร้างความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชนและสังคม ให้ทราบถึงเจตนาที่แท้จริงของมาตรการนั่งท้ายรถกระบะ โดยอธิบายถึงรายละเอียด และความจำเป็นในการกวดขันวินัยจราจร รวมถึงความเข้มงวดในการจับ หรือปรับ ว่ามีขั้นตอนเช่นไร เนื่องจากในอดีต ประเด็นดังกล่าวเคยเป็นประเด็นที่ถูกสังคมและสื่อโซเชี่ยลมีเดีย นำมาเป็นประเด็นวิจารณ์นโยบายภาครัฐในเชิงลบจนขยายเป็นวงกว้าง

และความจริงอีกประการคือ

ข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ พบว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุนั้น เกิดจากรถจักรยานยนต์สูงสุดเป็นอันดับ 1 รถยนต์ส่วนบุคคลซึ่งเป็นอันดับ 2 และอุบัติเหตุเกิดจากรถยนต์กระบะเป็นอันดับ 3 ถือเป็น 18% ของจำนวนทั้งหมด ซึ่งมีจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า แต่กลับมีจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ


มากกว่า การที่มีผู้โดยสารนั่งในกระบะหลังนั้น หากรถเกิดอาการเสียหลักหรือควบคุมยาก จะทำให้มีโอกาสพลิกคว่ำมากกว่าเดิมถึง 2 เท่าจากปกติ จะสังเกตได้ว่าสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ในช่วงเทศกาลมีทั้งเมาแล้วขับ การใช้ความเร็วเกินกำหนดการเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะขับช้าหรือเร็ว ก็เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้

การโดยสารในกระบะหลัง ซึ่งไม่มีที่นั่งและเข็มขัดนิรภัย จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต หากเกิดอุบัติเหตุ เจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายอเกี่ยวกับการจราจรทางบก และเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการโดยสารรถหรือการใช้รถใช้ถนนให้เพิ่มสูงขึ้น ตามคำสั่ง คสช.ที่ 14/60 และ 15/60 รวมถึง พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และพรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 เป็นกฎหมายซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่ที่จะต้องบังคับใช้อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งตัวเลขสถิติแสดงให้เห็นถึงยอดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิต ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นพิเศษ จึงนับว่าห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในการเดินทางไปท่องเที่ยว หรือกลับฉลองเทศกาลปีใหม่กับครอบครัวอันเป็นที่รักได้อย่างปลอดภัย

Cr:https://www.siamnews.com

Cr:http://khaosudee.blogspot.com/2017/12/blog-post_894.html?m=1


You Might Also Like

0 comments